26 Feb 2011
ebet1688Posted under News Technology

อาร์ซีคอมโปเนนท์ เอาใจคอไอที ที่ชอบแกดเจ็ตใหม่ๆ เปิดตัว “Viliv” (วีลีฟ) แทบแท็ปเลตขนาดพกพาที่เล็กที่สุดจากเกาหลี ชูประสิทธิภาพเหนือกว่าเน็ตบุ๊คทั่วไป รองรับการใช้งานทั้งระดับองค์กร และความบันเทิงส่วนตัว…
บริษัท อาร์ซีคอมโปเนนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายแทบเล็ตพีซี Viliv (วีลีฟ) ขอแนะนำแท็ปเลตพีซีขนาดพกพาที่เล็กที่สุดจากประเทศเกาหลี ยี่ห้อ “ Viliv (วีลีฟ)” บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 7 โดดเด่นด้วยความละเอียดสูงของหน้าจอแบบทัชสกรีนขนาด 5 นิ้ว และ7นิ้ว ที่มีคุณสมบัติเหนือกว่าเน็ตบุ๊กขนาดใหญ่ในตลาด ด้วยโพรเซสเซอร์อินเทลอะตอมล่าสุด 1.33 GHz, ฮาร์ดดิสก์แบบ SSD 32/64 GB ที่มีความเร็ว และทำงานได้เงียบมากขึ้น ช่องใส่ซิม GPRS และ 3G พร้อมด้วยระบบระบุตำแหน่งด้วยดาวเทียม GPS สำหรับใช้ในการนำทางในตัว
นอกจากนี้แท็ปเลตพีซี วีลีฟ ยังมีกล้องเว็บแคมความละเอียดสูง 1.3 ล้านพิกเซลด้านหน้า และแบตเตอรี่แบบลิเธียมโพลิเมอร์ที่ใช้งานได้นาน 5-6 ชั่วโมง และพรีโหลดระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ 7 สตาร์ทเตอร์ เวอร์ชัน มาให้ด้วย พร้อมจอยสติ๊กและทัพแพดบนเครื่อง และช่องเชื่อมต่อแบบยูเอสบี 2.0 ตลอดจนพอร์ทสำหรับต่อขยายออกจอทีวีขนาดใหญ่ โดยทั้งหมดที่กล่าวมานี้รวมอยู่ในฝ่ามือคุณในน้ำหนักที่ไม่เกินหนึ่งกิโลกรัมแม้ว่ารวมแบตเตอรี่แล้ว เหมาะสำหรับการการประยุกต์ใช้งานทั้งในองค์กร ร้านอาหาร รถขนส่ง และความบันเทิง
สำหรับแทบเล็ตวีลีฟ ขนาด 5 นิ้วใช้ฮาร์ดไดร์ฟแบบ SSD 32GB ราคา 31,900 บาท ขนาด 7 นิ้ว SSD 32 GB ราคา 29,900 บาท ขนาด 7 นิ้ว 3G/32 GB ราคา 34,500 บาท และขนาด 7 นิ้ว 3G /64 GB ราคา 37,500 บาท (ราคาดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
21 Feb 2011
ebet1688Posted under News Technology
Samsung Galaxy Tab 10.1 และ Samsung Galaxy S II

รายงานข่าวล่าสุด ในงาน Mobile World Congress 2011 ที่จัดขึ้น ณ กรุงบาเซโลาน่า ประเทศสเปน ตั้งแต่วันที่ 14 – 17 กุมภาพันธ์ Samsung ได้ถือโอกาสนี้เปิดตัวแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่นั่นก็คือ Galaxy Tab 10.1 หลังจากวางจำหน่ายรุ่นแรกได้ 4 เดือน โดยความแตกต่างจากรุ่นแรกที่เห็นได้ชัดก็คือ มันมีขนาดของหน้าจอใหญ่ถึง 10.1 นิ้ว (ใหญ่กว่า iPad)


สำหรับ Samsung Galaxy Tab 10.1 จะมาพร้อมกับจอแอลซีดีความละเอียดระดับ WXGA (1280×800 พิกเซล) ทำงานด้วยโพรเซสเซอร์”ดูอัลอคอร์”ความเร็ว 1GHz และใช้ระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดอย่าง Android 3.0 (Honeycomb) ที่ได้รับการพัฒนาออกมาเพื่อใช้งานกับแท็บเล็ตโดยเฉพาะ ด้านหลังของตัวเครื่องจะมีกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และด้านหน้า 2 ล้านพิกเซล ทำให้สามารถใช้วิดีโอคอลล์ได้ สามารถบันทึก และเล่นเกลับวิดีโอ FullHD 1080p ได้อีกด้วย สำหรับตัวเครื่องจะมีความบางเป็นพิเศษแค่ 0.43 นิ้ว และหนักเพียง 599 กรัมเท่านั้น

นอก จาก Samsung จะเปิดตัว Galaxy Tab 10.1 แล้ว ทางบริษัทยังได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ด้วยนั่นคือ Samsung Galaxy S II ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นสมาร์ทโฟนที่บางที่สุดในโลก แค่ 8.48 มม.เท่านั้น โดย การออกแบบ Galaxy S II ทางบริษัทโฟกัสที่สามส่วนหลักๆ ของการใช้งานได้แก่ หน้าจอ (จอ Super AMOLED+ ขนาด 4.27 นิ้ว) ความเร็ว (โพรเซสเซอร์ดูอัลคอร์ 1GHz) และคอนเท็นต์ (ทำงานด้วย Android 2.3 Gingerbread) นอกจากนี้ Samsung Galaxy S II ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีรู้จำเสียง (voice recognition) ทำให้ผู้ใช้สามารถสั่งพิมพ์ข้อความบนสามาร์ทโฟนด้วยเสียงพูดของตนเองแทนการ สัมผัสหน้าจอได้ และที่เหนือกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ อีกจุดหนึ่งนั่นก็คือ การใช้เทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถนำ Galaxy S II ไปแตะกับเครื่องสัญญาณ (receptor) เพื่อชำระค่าบริการต่างๆ อย่างเช่น แทนบัตรรถไฟฟ้า ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และปลอดภัย Galaxy S II ยังมาพร้อมกับกล้อง 8 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช LED กล้องด้านหน้า 2 ล้านพิกเซล สามารถเรียกใช้วิดีโอคอลล์ได้เช่นกัน
ขอบคุณเนื้อหาจาก http://men.mthai.com/technology/content/5070
22 Jan 2011
ebet1688Posted under News Technology Tags: a800, android, tablet, wellcom
ก็ถ้าใครเป็นแฟนๆรายการแบไต๋ ไฮเทคก็คงจะรู้ดีว่า Wellcom Mobile พึ่งจะเปิดตัว Android Tablet ไปเมื่อวันพฤหัสที่ 9/9/2010 ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งผมเองก็ได้รับเครื่องจากทาง Wellcom มาด้วย ก็เลยเอามารีวิวซักหน่อย เพราะตอนนี้สงคราม Tablet กำลังแรง ไม่ว่าจะเป็น iPad , Samsung Galaxy Tab และกำลังจะมีอีกหลายตัวเช่น Toshiba เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย ดังนั้นถ้าอยากกระโดดลงมาสู่โลกของ Tablet ก็ลองเอาข้อมูลของ Wellcom ไว้ตัดสินใจกันซักหน่อยนะครับ
ก่อนอื่นก็มาแกะกล่อง Wellcom A800 กันก่อนเลยนะครับ เจ้า Tablet ตัวนี้นอกจากเรียกรุ่นว่า A800 มันยังมีชื่อเล่นว่า W ePad (อ่านว่า ดับบลิว อีแพท) ด้วยนะครับ ตัวกล่องเป็นสีขาวค่อนข้างใหญ่เหมือนกัน ข้างในท่าจะใส่ของเอาไว้เยอะเลยทีเดียว ซึ่งราคาเปิดตัวของ Wellcom A800 ก็คือ 15,900 นะครับ


พอ เปิดกล่องออกมาก็จะเจอเครื่องนอนหราอยู่ พร้อมกับซองหนังครับ ทาง Wellcom ให้ซองหนังที่สั่งทำพิเศษมาเพื่อ A800 เลย ไม่ต้องไปหาซื้อ

กล่อง จะมี 2 ชั้น เมื่อแกะชั่นแรกมา จะพบตัว Tablet , ซิมการ์ดจาก True , แผ่นปิดหน้าจอ , คู่มือ แล้วก็ใบรับประกันครับ โดยที่ แผ่นปิดหน้าจอ , Sim Card และ MicroSD Card ขนาด 8Gb จะทำการติดตั้งมาให้เรียบร้อยเลย

เมื่อ แกะกล่องชั้น 2 ก็จะพบกับ หูฟังแบบ In-ear พร้อมยางเปลี่ยนขนาด , สาย USB เพื่อ Sync ที่หัวเป็นแบบ Mini-USB และ สาย Wall Charge ครับ ตรงสาย USB จะมีสติ๊กเกอร์ Wellcom แปะอยู่เพื่อช่วยไม่ให้เราจำผิดกับสายเส้นอื่น (แต่ผมว่ามันก็น่าจะใช้ได้เหมือนกันหมดแหละ)

มา ดูตัวเครื่องกันบ้างดีกว่าครับ อย่างที่บอกว่าตัวเครื่องมีแผ่นกันรอยหน้าจอแปะมาให้แล้ว ที่ต้องทำก็คือ ดึงแผ่น Seal ของแผ่นกันรอยออกเท่านั้นเอง

เมื่อดึงออกมาแล้วก็จะได้หน้าจอกิ๊กๆแบบนี้

หน้าตา Wellcom A800 เมื่อปิดซองหนัง

ขนาดของ Wellcom A800 เมื่อเทียบกับ iPhone 3GS

ปุ่ม ที่เรียงกันมีอยู่ 4 ปุ่มด้วยกันได้แก่ Setting / Home / Search และ Back ครับ ตัวเครื่องออกแบบมาให้หน้า Home ทำงานในลักษณะแนวนอน แต่จะพลิกกลับเป็นแนวตั้งได้ใน Apps อื่นๆ

ด้านข้างเป็นปุ่มปรับเสียง , ช่องใส่ Sim Card และ MicroSD Card ซึ่งทาง Wellcom ใส่มาให้เลยในเครื่องครับ

พลิกกลับ มาอีกด้านนึงจะพบกับ ช่อง Hard Reset ครับ เป็นรูเล็กๆต้องใช้พวกคลิปหนีบกระดาษแหย่เข้าไป ถัดมาก็เป็น ไมโครโฟน , ช่องหูฟังขนาด 3.5 mm , และช่อง Mini-USB ไว้เพื่อชาร์จหรือ Sync ครับ

พลิกมาอีกด้านก็เป็นปุ่มเปิดเครื่อง + ลำโพงครับ

อีก ด้านพอพลิกมาก็เป็นลำโพงเช่นกัน ส่วนไอ้รูเล็กๆนั่น จริงๆไม่มีอะไรนะครับ พอแหย่เข้าไปก็เจอกับ Body เครื่อง คิดว่า อาจจะเอามาทำรูหูฟังสำหรับ Model อื่นครับ ซึ่งก็มีทั้ง 2 ข้างเลย

ด้านหลังเป็นพลาสติกแบบมันวาว พร้อมกล้องแบบ 3M Auto Focus ครับ

นอกจากกล้องหลักแล้ว ยังมีกล้องหน้าอีกตัวไว้เพื่อทำ Video Chat อีกด้วย แต่กล้องตัวนี้มีความละเอียดที่ .3 Mb ครับผม
สรุปด้าน Hardware กันอีกซักทีนะครับ
- เป็น Android Tablet ขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอ 800 x 480 แสดงความละเอียดสีได้ 24 Bit
- ขนาดมิติของตัวเครื่อง 179.4 mm (H) x 110 mm (W) x 11.5 mm (T)
- หน้าจอเป็นแบบ Capacitive รองรับ Multitouch
- CPU เป็น Qualcomm 7227 600 Mhz ตัวเดียวกับที่ใส่ใน Wellcom A88 ครับ
- Rom 512MB แบบ NAND Flash และ Ram 512MB แบบ DDR
- รองรับ 3G WCDMA 7.2 Mbps ที่ความถี่ 850 , 2100 ส่วน EDGE และ GPRS ได้ครบทุกค่าย
- ในกล่องแถม MicroSD แบบ 8GB มาด้วย
- Sim ที่แถมมาคือ Internet SIM ของ Truemove มี Data ให้โหลดได้ 1GB แบ่งเป็น 3G 750MB และ 2G อีก 250 MB
- ลำโพงเป็น Stereo
- น้ำหนักประมาณ 410กรัม
- Battery ประมาณ 3240 mAh
- Buildin Speaker + Mic
- โทรศัพท์ได้ ทำ Video Call ก็ได้
- กล้องหลังเป็นแบบ Autofocus ขนาด 3.0 M และ กล้องหน้าเป็นกล้องธรรมดาขนาด 300k
- Wireless เป็นแบบ b/g และมี Bluetooth 2.1 แบบ EDR มาให้ด้วย
- มี GPS และ aGPS มาให้เพื่อใช้ในการนำทางด้วย Google Map
- มี G-Sensor ไว้วัดความเคลื่อนไหวของตัวเครื่องและ เข็มทิศดิจิตัล ไว้ใช้งาน
- มีตัววัดแสงเพื่อช่วยปรับหน้าจอให้สว่าง ตามแสงของห้องที่เรามี

ที่ น่าตกใจมากก็คือ ในเว็บประกาศว่าให้ Android 2.1 แต่ว่าในงานเปิดตัว ทาง Wellcom Mobile ก็เซอร์ไพรซ์ด้วยการบอกว่า เราขอมอบแบบ 2.2 ให้เลยครับ

โฉมหน้าเครื่องเมื่อติดตั้งเสร็จและเข้าระบบเรียบร้อย
จริงๆ ก็พึ่งได้เครื่องมาวันแรก ก็รีวิวคร่าวๆไปเรื่อยๆเท่าที่นึกออกละกันนะครับ
- ผมเคยจับเครื่อง Prototype แล้ว ต้องบอกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องจริง ต้องบอกว่า ฟ้ากับเหว เพราะคุณภาพการผลิตค่อนข้างดีมาก (ทาง Wellcom ใช้โรงงาน Foxconn โรงงานเดียวกับที่ทำ iPhone ให้ศาสดาน่ะแหละครับ)
- ขนาดเหมาะมือมากถ้าถือมือเดียว เบากว่า iPad เยอะ ถือแล้วสบายกว่า
- หน้าจอความละเอียด 800 x 480 พอโอเค แต่สีแบบ 24 Bit นี่ไม่โดนเท่าไหร่ แต่พอพิจารณาค่าตัวแล้วก็ต้องบอกว่า คุ้มราคาแล้ว
- เสียงค่อนข้างดัง บางครั้วไม่ต้องใช้หูฟังก็พอดูหนังได้
- แบทขนาด 3240 mAh ก็ทำให้ใช้งานแบบโหดๆได้ประมาณ 4 ชม ส่วนแบบทั่วไป 8 ชม น่าจะพอครับ แต่เดี๋ยวต้องแบกไปลองซักวัน
- หน้าจอสัมผัส ค่อนข้างไวไปนิด บางทีแตะเพื่อเลื่อนหน้าจอ ดันกลายเป็นการเลือกโปรแกรมที่นิ้วเราไปโดนตรงนั้นซะงั้น ทำเอาหงุดหงิดบางครั้งเวลาใช้งาน
- พิมพ์มันส์โคตรๆ ผมแนะนำให้ใช้ Keyboard ไทยของ CN .. ซึ่งถ้าเป็นมือถือมันจะเล็กไป แต่พอยู่ใน Tablet แล้ว ทำให้การพิมพ์มันส์ขึ้นมา
- ตัวปุ่มมีระบบ Haptics หรือ ระบบกดแล้วเครื่องจะสั่น แรกๆผมก็ดูจะชอบครับ แต่มันสั่นแรงไปหน่อย กดบ่อยๆ รู้สึกหงุดหงิดเหมือนใครโทรมา แต่อันนี้ Comment ส่วนตัวสุดๆนะครับ อย่าเก็บเอาไปคิด
- มีโปรแกรมจากค่าย หัวลำโพง หรือ บริษัทของ @nuuneoi ใส่มาให้ด้วย 3 ตัว คือ Thai Dict , Thai News และ Flight Status ซึ่งผมยอมรับเลยว่า 3 โปรแกรมนี้ เจ๋งมากๆ แถมให้ฟรีบน A800 ด้วย
- ถ้าเสียบเครื่องเข้ากับ PC จะมีตัวติดตั้ง Driver บวก Application ที่เอาไว้ Sync พวก Contact , Calendar ให้โดยอัตโนมัติ ก็ต้องขอชม Wellcom ว่า ทำการบ้านได้ดีครับ
- ประทับใจ Wellcom ที่จัดจำหน่ายมากๆ เพราะว่า นอกจากดันราคาจนเรียกได้ว่า ถูกมากสำหรับตลาด Tablet ยังแถมของอีกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น Android 2.2 / แผ่นปิดหน้าจอ / Case / และถ้าเป็นลูกค้าที่ซื้อในงาน จะแถม Bluetooth อีกด้วย โคตรจะคุ้ม
- น้ำหนักเหมาะมาก สำหรับการอ่าน Twitter / Feed / เปิดหน้าเว็บ / ดู Podcast ในส้วม เพราะเป็นกิจวัตรที่ทำให้ผมใช้เวลาในห้องน้ำนานมาก
- ถ้าจะใช้ Tablet ให้มันส์ ก็เปิดบริการ 3G Sim ไว้เลยครับ คุ้ม
- อ้อ ถึงจะเป็น Android 2.2 แต่ผมก็หา Flash 10.1 ใน Android Market ไม่เจอ คาดว่า โดน Block ไม่ให้ลง เลยทำให้ไม่สามารถทดสอบ เก็บผักใน A800 ให้ดูได้
- ในงานเปิดตัวทางเว็บ Droidsans.com โดยคุณ @igimme ได้รีวิว App ดีๆที่เหมาะกับการใช้บน Wellcom A800 ไว้ด้วย คลิกที่นี่ เลยครับ
เอ้า ตอนที่เขียนรีวิวก็ ตี 4 ครึ่งแล้วครับ ไว้นึกอะไรออกอีกจะมา Update เพิ่มครับ ก็หวังว่า รีวิวคร่าวๆนี้จะเป็นข้อมูลเผื่อหลายๆคนอยากจะใช้เป็นตัวเลือกในการมองหา Tablet ใช้งานนะครับ

19 Jan 2011
ebet1688Posted under News Technology Tags: camera, กลโกงร้านกล้อง, กล้อง, กล้องถ่ายรูป
ใน วงการร้านขายกล้อง ก็มีการแข่งขันกันสูงมาก กำไรก็น้อยลง ผู้บริโภคก็ฉลาดขึ้น หันมาเช็คราคาของก่อนไปซื้อเป็นอย่างดี ทำให้กรณี?ต้มหมู? เหมือนสมัยยุคก่อนๆทำได้ยากมาก ผมเคยไปแอบดูร้านของเพื่อนที่มันขายกล้องอยู่ คุณเชื่อไหม ว่ากล้องบางรุ่นกำไร 2-3 ร้อยบาทเท่านั้นเอง เทียบกับราคากล้องที่เหยียบหลักหมื่นกันทั้งนั้น คุณลองคิดดูว่าถ้าขายไม่ออกซักตัว 2 ตัวก็ลำบากแล้ว(น่าเห็นใจ) แต่ในเรื่องนี้ผู้บริโภคอย่างเราไม่เกี่ยว(ก็อยากเปิดร้านขายเองนี่หว่า ตูไม่ได้บังคับซักหน่อย) แต่ที่เกี่ยวก็คือกลยุทธหลอกลวงผู้บริโภคแบบหลอกลวงนี่ซิที่ผมยอมไม่ได้ และต้องมาแฉให้ทุกคนได้รู้ไว้
กลยุทธที่ผมเคยเจอมาเอง(สมัยยังเป็นหมูให้เค้าเชือด) และจากที่ได้ยินได้ฟังมาพอจะสรุปเป็นข้อๆได้ดังนี้
1.แสดงราคาขายไว้ แต่เป็นราคาที่เอาอุปกรณ์มาตรฐานออก
ข้อ นี้เรามักจะเจอกันอยู่บ่อยๆ แล้วก็ไม่น่าเชื่อว่าร้านดังๆหลายๆร้านเคยใช้วิธีนี้ จริงๆแล้วโดยปกติถ้าเป็นกล้องรุ่นเดียวกัน ทางตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย จะแถมอุปกรณ์มาตรฐานมาให้เหมือนกันทุกร้านอยู่แล้ว เช่น รุ่นนี้จะแถม memory เท่าไหร่ แบตเตอรี่หรือกระเป๋ากล้องมีมั๊ย แต่เนื่องจากในยุคที่อินเตอร์เนตเข้ามามีผลกับชีวิตประจำวัน คนที่จะซื้อกล้องเป็นจำนวนมากจะเช็คราคากล้องผ่านระบบ internet ก่อน ว่าร้านไหนถูกสุด จึงทำให้มีบางร้านที่หัวใส (แถวบ้านผมเรียกขี้โกง) ใส่ราคาไว้ใน internet ราคาถูกกว่าชาวบ้าน แต่พอไปถึงร้าน กลับบอกว่า ต้องซื้อโน่นเพิ่มบ้าง นี่เพิ่มบ้าง หรือแถมน้อยกว่าชาวบ้านบ้าง ทั้งที่ร้านอื่นแถมให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน(หมายถึงบริษัทแม่แถมมาให้อยู่ แล้ว) พอรวมๆราคาแล้ว ราคาแพงกว่าชาวบ้านเค้าซะงั้น แต่ทำไงได้ละว่ะ ก็มาถึงร้านแล้วนี่ ยังไงก็ต้องซื้อ
สำหรับ วิธีการแก้ไขสำหรับกรณีนี้คือ ก่อนจะไปซื้อเช็คให้ดีก่อนหลายๆร้าน โทรศัพท์ที่มีนะใช้ให้เป็นประโยชน์ เช็คให้ดีว่ารุ่นนี้เค้าแถมอะไรบ้าง เท่าไหร่ ที่สำคัญคือ
-? Memory แถมเท่าไหร่? 32,64,128 , 256 หรือ 512 เช็คให้ดี ถามให้ชัดเจนว่า ?แถม? หรือต้องซื้อเพิ่ม โดยส่วนใหญ่(99%)กล้องดิจิตอลทุกรุ่นจะมีแถมมาด้วยอยู่แล้ว จะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง
- Battery แถมรึเปล่า ซึ่งอันนี้ก็ไม่แน่บางรุ่นก็ไม่แถม โดยเฉพาะรุ่นที่ราคา ไม่ถึง 12,000 นี่ไม่ค่อยแถมครับ ต้องซื้อเพิ่ม
- กระเป๋า อันนี้ก็แล้วแต่รุ่นเหมือนกัน บางทีทางร้านก็แถมของทางร้านเองให้
- ขาตั้งกล้อง อันนี้ไม่ค่อยแถมครับ ส่วนใหญ่จะเป็นของทางร้านเอง (ซึ่งส่วนใหญ่ก็แถมของโหล ใช้งานไม่ค่อยได้)? หรือถ้ามีแถมมาจากผู้ผลิต ก็จะเป็นอันเล็กๆ เหมาะจะเอามาประดับซะมากกว่า
แต่หาก ไปถึงร้านแล้วปรากฏว่า ไม่เป็นอย่างที่พูด หรือเห็นว่าเข้าข่าย ?หลอกกันนี่หว่า? แล้วละก็ วิธีการเดียวคือ ?กลับ? ครับ อย่าไปซื้อของมัน ถ้าไม่อย่างนั้นเท่ากับเป็นการส่งเสริมไอ้พวกนี้ให้ได้ใจใหญ่เลย
2.แสดงราคาขายที่เป็นราคาเครื่องหิ้ว แต่เขียนให้เข้าใจผิดว่าเป็นราคาเครื่องศูนย์
กำไร ของการขายเครื่องหิ้วและเครื่องศูนย์ต่างกันพอสมควรครับ อีกอย่างเครื่องศูนย์ มักจะมีการกำหนดราคาขายมาตายตัวมาจากบริษัทแม่(บางบริษัท นะครับ ไม่ใช่ทุกยี่ห้อ) ว่าให้ขายราคาเท่ากันหมด ทำให้ตัดราคาขายไม่ได้ จึงมีบางร้านหัวใส(อีกแล้ว) ใส่ราคากล้องไว้ในเว็บว่าราคาของตูถูกกว่าเป็นพันบาท แต่พอไปถึงร้านแล้ว ขอโทษ ไม่ใช่เครื่องศูนย์ครับ เป็นเครื่องหิ้ว(เรียกอีกอย่างว่าหนีภาษีนั่นเอง) อันนี้ก็เจอบ่อยครับ โดยเฉพาะจ้าวใหญ่ๆที่มีการหิ้วกล้องเข้ามาขายเอง แล้วโฆษณาว่า?ถูกที่สุดในประเทศไทย? นี่แหละ ตัวดีเลย
วิธีแก้ ก็เหมือนเดิมครับ โทรเช็คก่อน ว่าราคานี่เป็นเครื่องหิ้วหรือเครื่องศูนย์ แล้วแถมอะไรบ้าง ซึ่งเดี๋ยวนี้ราคาไม่ต่างกันมากครับ โดยเฉพาะถ้ารวมราคาของแถมด้วยแล้วละก็ บางรุ่นเครื่องศูนย์ราคาถูกกว่าก็ยังมีเลย
3.ขายเครื่องหิ้ว ในราคาเครื่องศูนย์
อัน นี้ถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงพอสมควร เพราะสามารถเรียกได้ว่าโกงอย่างเต็มปาก จึงไม่ค่อยเห็นร้านไหนทำเท่าไหร่ นอกจากหน้าตาคุณจะละม้ายคล้าย หมู(น่าต้ม) หรือ ลา(โง่) นั่นแหละ อาจจะมีโอกาสเจอได้
วิธี แก้ไขข้อนี้ไม่ยากครับ ดูใบรับประกันให้ดี(ดูว่าเป็นใบรับประกันของแท้ด้วยนะ ไม่ใช่ใบรับประกันทำเอง) ให้หมายเลขเครื่องตรงกับในใบรับประกันเป็นพอ
?
4.ใส่ราคาไว้ถูกกว่าชาวบ้าน แต่ถึงเวลาไปจริงๆไม่มีของ แต่เชียร์รุ่นอื่นแทน
อัน นี้บอกยากเหมือนกันครับ ว่าเจตนาเป็นยังไง บางที่เค้าก็ไม่ได้ตั้งใจจะหลอกคุณหรอกครับ อย่างที่บอกว่ากล้องเดี๋ยวนี้กำไรไม่ได้มากมายอะไร ถ้าเทียบกับราคากล้อง ร้านส่วนใหญ่จึงมี stock ของเก็บไว้ไม่กี่ตัว โดยเฉพาะรุ่นที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมด้วยแล้ว บางร้านก็ไม่มีติดไว้ที่ร้านเลย แล้วถ้าจู่ๆคุณไปที่ร้านเค้าเลยแล้วเค้าบอกว่าของไม่มี หรือหมด คุณจะไปบอกว่าเค้าหลอกลวง มันคงไม่ใช่ แต่ที่จะเข้าข่ายหลอกลวงคือเค้าตั้งใจให้คุณไปที่ร้านแล้ว หว่านล้อม ชักแม่น้ำทั้ง 7 ให้คุณซื้อรุ่นอื่น(ซึ่งเค้าอาจจะได้กำไรดีกว่า) อันนี้ก็ต้องถือว่าไม่ถูกต้องนัก
วิธีการ แก้ไขก็ไม่อยากเช่นกันครับ โทรศัพท์(อีกเช่นเคย) ไปถามเค้าก่อนว่ารุ่นนี้มีมั๊ย แล้วนัดเค้าให้ดีว่าวันไหนจะเข้าไปเอา ที่สำคัญอย่าลืมทิ้งเบอร์ไว้ให้เค้าด้วย ในกรณีที่ของหมดหรือไม่มีของกระทันหันให้เค้าโทรมาแจ้งเรานิดนึงจะได้ไม่ เสียเวลา
5.โจมตีคู่แข่ง ยกหางร้านตัวเอง
เมื่อ คู่แข่งมีมาก ตลาดยังมีเท่าเดิม วิธีการที่ร้านกล้องบางแห่งเลือกใช้คือ?โจมตี ป้ายสี ?ร้านคู่แข่ง และยกหางร้านตัวเองขึ้นมา โดยเฉพาะชุมชนที่มีผู้ใช้กล้องมารวมกันเยอะๆ เช่น ในเว็บ Pantip หรือ เว็บ Taklong พวกนี้จะใช้วิธีให้คนของตนสมัครสมาชิกไว้หลายๆชื่อ หลังจากนั้น ก็จะคอยดูกระทู้ที่มีคนเข้ามาถามเกี่ยวกับการซื้อกล้อง แล้วก็จะตอบว่า ?ร้าน….บริการดีครับ? ?ไปที่ร้าน…..ซิ ดีครับ ผมเคยซื้อมาแล้ว? อะไรทำนองนี้ครับ ส่วนใหญ่พวกที่มาตอบแบบนี้ 80% จะเป็นพวกหน้ายาว(เหมือนม้า)ครับ ซึ่งสำหรับกรณีนี้ยังพอให้อภัย แต่ที่แย่กว่านั้นก็คือแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อว่าร้านคู่แข่งอย่างเสียๆหายๆ แต่งเรื่องที่ไม่เป็นความจริงขึ้นมา น้ำเน่ายิ่งกว่าละครหลังข่าวเสียอีก ทั้งที่จริงแล้วร้านที่มาโพสว่าคนอื่นเนี่ย อาจจะ?ห่วย?ที่สุดก็ได้
อันนี้ เราคงไม่ต้องแก้ไขหรอกครับ แต่จำไว้ในใจก็พอว่า?อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ?ครับ โดยเฉพาะในสื่อ internet ที่ไม่เห็นว่าใครเป็นใครเนี่ย ลองหาข้อมูลแบบอื่นๆดูบ้าง โทรไปคุยกับทางร้านดูก็ได้ ผมว่าร้านดีๆเค้าก็พร้อมที่จะให้คำปรึกษาครับ

29 Aug 2010
ebet1688Posted under News Technology

เกาะเสม็ด 7 มีนาคม 2551 – อินเทล™ อะตอม™ โปรเซสเซอร์ (Intel® Atom™ processor) จะเป็น แบรนด์ของโปรเซสเซอร์อินเทลตระกูลล่าสุดที่ใช้พลังงานต่ำ ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่ออุปกรณ์พกพาที่ใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (mobile Internet devices หรือ MIDs) รวมถึงคอมพิวเตอร์กลุ่มใหม่ที่ใช้งานได้ง่าย ราคาประหยัด และมุ่งใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก ที่จะมีวางจำหน่ายในปีนี้ โดยตลาดของกลุ่มอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งสองกลุ่มนี้นับเป็นโอกาสสำคัญของอิน เทลที่จะขยายตลาดสินค้า โดยใช้ อินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์เป็นตัวพื้นฐาน นอกจากนี้ อินเทลยังได้ประกาศชื่อแบรนด์ใหม่ล่าสุดคือ อินเทล™ เซนทริโน™ อะตอม™ โปรเซสเซอร์ เทคโนโลยี สำหรับแพลตฟอร์ม MID ที่ประกอบด้วยชิปหลายตัว ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์การใช้อินเทอร์เน็ตสำหรับอุปกรณ์พกพาขนาด เล็กได้ดีที่สุด
อินเทล™ อะตอม™ โปรเซสเซอร์ ถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมย่อยใหม่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้กับ อุปกรณ์ขนาดเล็กและกินไฟต่ำ ขณะเดียวกันก็ยังสามารถรองรับชุดคำสั่งของ อินเทล™ คอร์™2 ดูโอ โปรเซสเซอร์ ที่ผู้ใช้งานทั่วไปคุ้นเคยจากการใช้งานพีซีและอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว นอกจากนี้โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ดังกล่าวยังใช้ได้กับลักษณะการทำงานแบบมัลติ เธรด ที่ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นและมีการตอบสนองของระบบที่ดีขึ้น โดยคุณสมบัติเหล่านี้จะอยู่ในโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่ที่มีขนาดเล็กกว่า 25 ตารางมิลลิเมตร โดยจัดว่าเป็นโปรเซสเซอร์รุ่นที่มีขนาดเล็กที่สุดและกินไฟต่ำที่สุดในขณะนี้ ของอินเทล* ถ้าเทียบขนาดกัน จะต้องใช้ดายของโปรเซสเซอร์รุ่น อินเทล อะตอม ที่ประกอบด้วยทรานซิสเตอร์รวมกันอยู่ถึง 47 ล้านตัวในแต่ละชิ้น มาเรียงกันถึง 11 ชิ้น ถึงจะเท่ากับขนาดของเหรียญบาทของไทย
ชิปรุ่นใหม่นี้ เดิมมีชื่อรหัสว่า Silverthorne และ Diamondville ใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ 45 นาโนเมตร และเทคโนโลยี hi-k metal gate ที่ทันสมัยที่สุดในอุตสาหกรรมขณะนี้ โดยเมื่อเทียบกับ โปรเซสเซอร์ อินเทล™ คอร์™2 ดูโอ ที่มี TDP อยู่ในช่วง 35 วัตต์ ชิปรุ่นใหม่นี้จะมี thermal design power (หรือ TDP) อยู่ระหว่าง 0.6-2.5 วัตต์เท่านั้น และมีความเร็วให้เลือกจนถึง 1.8 GHz ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อ
นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โปรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้สร้างขึ้นจากทรานซิสเตอร์ที่เล็กที่สุดในโลก และสิ่งมหัศจรรย์ชิ้นเล็กๆ นี้ เป็นพื้นฐานของการปรับเปลี่ยนแนวทางการออกแบบชิปรุ่นใหม่ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่มาพร้อมกับขนาดที่เล็กกะทัดรัด รวมถึงการได้ใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างเต็มที่ด้วยอุปกรณ์พกพาฉบับกระเป๋า รุ่นใหม่ๆ ผมเชื่อมั่นว่าโปรเซสเซอร์รุ่นใหม่นี้จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมอื่นๆ ให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมโดยรวม”
เนื่องจากการใช้งานคอมพิวเตอร์มีแนวโน้มไปในทิศทางของการใช้งานแบบเคลื่อน ที่มากขึ้นเรื่อยๆ และธุรกิจคอมพิวเตอร์ได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วสู่ตลาดผลิตภัณฑ์กลุ่มใหม่ ที่จะช่วยให้ประชากรอีกนับพันล้านคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ ดังนั้น อินเทล™ อะตอม™ โปรเซสเซอร์ จะเป็นตัวช่วยให้ผู้ผลิตสามารถสร้างนวัตกรรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้พลังงานต่ำได้ นอกจากจะเหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม MID แล้ว อินเทลเชื่อว่าความต้องการใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์กลุ่มใหม่ที่มีราคาย่อมเยา และใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก หรือที่เรียกว่า “เน็ตบุ๊ก” (netbooks) ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์แล็ปท้อป และ “เน็ตท้อป” (nettops) ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์แบบเดสก์ท้อป จะได้รับความนิยมแพร่หลายและเติบโตอย่างรวดเร็วในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เนื่องจาก อินเทล™ อะตอม™ โปรเซสเซอร์ สามารถตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดเกิดใหม่นี้ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ อินเทล™ อะตอม™ โปรเซสเซอร์ ยังมีโอกาสที่จะสร้างรายได้จากตลาดสินค้าประเภทอุปกรณ์ คอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ แอพพลิเคชั่นแบบ embedded และเดสก์ท้อปแบบ thin clients อีกด้วย
อินเทล™ เซนทริโน™ อะตอม™ โปรเซสเซอร์ เทคโนโลยี อินเทล™ เซนทริโน™ อะตอม™ โปรเซสเซอร์ เทคโนโลยี หรือชื่อรหัสเดิมว่า Menlow เป็นแบรนด์ที่บ่งบอกถึงเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของอินเทลสำหรับอุปกรณ์ MID อินเทล™ เซนทริโน™ อะตอม™ โปรเซสเซอร์ เทคโนโลยี ประกอบด้วยโปรเซสเซอร์ อินเทล™ อะตอม™ กราฟิกชิปแบบกินไฟต่ำ ระบบเชื่อมต่อไร้สาย และดีไซน์ที่บางและเบากว่าเดิม เมื่อรวมส่วนประกอบต่างๆ เหล่านี้เข้าด้วยกัน อุปกรณ์กลุ่มใหม่จะสามารถให้สุดยอดประสบการณ์ด้านการทำงานแบบเคลื่อนที่และ การใช้งานอินเทอร์เน็ตเลยทีเดียว
ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมซิลิกอน อินเทลได้พัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และริเริ่ม สิ่งต่างๆ เพื่อสร้างความก้าวหน้าในการทำงานและการดำรงชีวิตของผู้คน ผู้สนใจสามารถค้นหา ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทอินเทล ได้ที่เว็บไซต์ http://www.intel.com/pressroom และ blogs.intel.com
*Reference is to Intel® Architecture processors. For more information go to www.intel.com/Fred Intel, Intel Core, Centrino, และ Intel logo เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ อินเทล คอร์ปอเรชั่น หรือสำนักงานสาขาในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ขอสงวนสิทธิ์
คาสิโนออนไลน์ มั่นคง
คาสิโน
slot online
Casino online คาสิโนออนไลน์
Ebet1688 Blog
Gclub คาสิโน Blog
Gclub Online
โปรโมชั่นดีๆ
สล๊อต ออนไลน์
Blog คนรักกีฬา
คาสิโน
Ebet1688 คาสิโน Blog
บาคาร่า คาสิโน Blog
บาคาร่า คาสิโน Yahoo Blog
* ชื่อและยี่ห้ออื่นอาจถูกอ้างอิงถึงโดยถือเป็นทรัพย์สินของชื่อยี่ห้อนั้นๆ
14 Aug 2009
ebet1688Posted under News Technology
กรุงเทพฯ–13 ส.ค.–ยูเค คอมมูนิเคชั่นส์
โนเกียผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ชั้นนำของโลก และเอไอเอส ผู้ให้บริการอันดับหนึ่งของเมืองไทย ประกาศความร่วมมือ เปิดตัว “Nokia Messaging”สำหรับลูกค้าเอไอเอส โดยเอไอเอสนับเป็นโอเปอเรเตอร์รายแรกในประเทศไทยที่ให้บริการ “Nokia Messaging”บริการ Push Email ใหม่ล่าสุดที่ใช้งานง่ายที่สุดจากโนเกีย
นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เอไอเอสรู้สึก ยินดีเป็นอย่างยิ่ง ในฐานะโอเปอเรเตอร์รายแรกของประเทศไทยที่นำเสนอบริการ Nokia Messaging ซึ่งเป็นบริการที่จะช่วยให้การติดต่อสื่อสารบนโลกออนไลน์บนมือถือของคุณง่าย ยิ่งขึ้น และเราเชื่อมั่นว่าบริการ Nokia Messaging จะเป็นที่สนใจและได้รับการตอบรับอย่างดี ทั้งความคุ้มค่าของราคาและความง่ายในการใช้งาน”
มร.ชูมิท คาพูร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โนเกียมี ความมุ่งมั่นให้ผู้บริโภคทุกคน ได้เข้าถึงการใช้งานอีเมล์บนโทรศัพท์มือถือ และความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของภารกิจดังกล่าว โดยบริการ Nokia Messaging นี้จะทำให้ผู้บริโภคสามารถเชื่อมต่อกับอีเมลได้ทุกที่ ทุกเวลาที่ต้องการ”
Nokia Messaging เป็นบริการ Push Email ที่ออกแบบมาให้ติดตั้งและใช้งานได้โดยง่าย โดยสามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 10 อีเมล์แอคเคาท์บนโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว นอกจากนี้ บริการ Nokia Messaging ยังรองรับบริการอีเมลทั่วไป เช่น Gmail, Windows Live Hotmail,Yahoo Mail รวมถึงอีเมลของผู้ให้บริการอีเมลในแต่ละประเทศอีกด้วย ผู้ใช้งานสามารถอ่านอีเมล ส่งอีเมล ฟอร์เวิดเมล์ ตอบอีเมล์ ดาวน์โหลด อ่านและแนบไฟล์ต่างๆ ได้โดยตรงจากโทรศัพท์มือถือ และมั่นใจได้กับความรวดเร็วของPush email technology ที่ทำให้ได้รับอีเมลบนมือถือทันทีที่อีเมลส่งถึงอีเมลเซิร์ฟเวอร์
และพิเศษสำหรับลูกค้าโนเกียที่ใช้บริการเครือข่ายเอไอเอส สามารถสัมผัสประสบการณ์โลกอีเมลบนมือถือได้ อย่าง สุดคุ้ม ด้วยแพคเกจ “Nokia Messaging 199 บาท” โดยลูกค้าสามารถใช้บริการ Nokia Messaging ได้สูงสุดถึง 5 เมกกะไบท์ต่อเดือน ในราคาเพียง 199 บาท หรือ “Nokia Messaging 399 บาท Unlimited”ให้ลูกค้าได้ใช้บริการ Nokia Messaging ได้แบบไม่จำกัด
พร้อมกันนี้ บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดตัวโทรศัพท์ Eseries ใหม่ล่าสุด 2 รุ่น คือ โนเกีย E52 และ โนเกีย E63 ที่รองรับบริการ Nokia Messaging นอกจากนี้บริการ Nokia Messaging ยังใช้งานได้บนโทรศัพท์รุ่นโนเกีย E75 และโทรศัพท์โนเกียที่ใช้ระบบปฏิบัติการ S60 อีกหลายรุ่น อาทิ โนเกีย N97, โนเกีย E71 และโนเกีย N95 8GB
ในการใช้บริการ Nokia Messaging ผู้ใช้สามารถติดตั้งอีเมล์บนโทรศัพท์มือถือได้ง่ายๆเพียง 3 ขั้นตอน และด้วย Push email technology มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับอีเมล์บนมือถือทันที่ที่มีอีเมล์ส่งถึงอีเมล์ เซิร์ฟเวอร์
ตรวจสอบรุ่นของโทรศัพท์มือถือที่รองรับบริการ Nokia Messaging ได้ที่ http://email.nokia.com
สอบถามข้อมูลบริการ Nokia Messaging by AIS เพิ่มเติมได้ที่ www.mobilelife.co.th หรือโทร 02-255- 2111
โนเกียเป็นผู้บุกเบิกการสื่อสารโทรคมนาคมเคลื่อนที่ และเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ชั้นนำของโลก วันนี้โนเกียกำลังเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันผ่านวิธีการใหม่ๆที่แตกต่าง ด้วยการผสานเทคโนโลยีสื่อสารเคลื่อนที่ขั้นสูงเข้ากับบริการส่วนตัว ทำให้โนเกียสามารถช่วยให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงสิ่งสำคัญต่างๆในชีวิตประจำวันของผู้ใช้บริการได้ตลอดเวลา นอกจากนี้โนเกียยังมีบริการข้อมูลแผนที่ดิจิตอลผ่าน NAVTEQ และ อุปกรณ์ โซลูชั่น บริการต่างๆ สำหรับเครือข่ายการสื่อสารผ่านโนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์คส์
07 Aug 2009
ebet1688Posted under News Technology Tags: GPS, Sony, Sony GPS
อุปกรณ์เสริมที่มีประโยชน์สำหรับบันทึกและแสดงตำแหน่งที่ตั้งของภาพถ่ายด้วยระบบ GPS พร้อมแสดงภาพบนแผนที่ของ Google Maps

ระบบ GPS (Global Positioning System) เป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้เกี่ยวข้องกับการแสดงตำแหน่งและที่ตั้งของวัตถุ หรือสถานที่ ด้วยวัตถุประสงค์และรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างมากมายในปัจจุบัน เนื่องจากระบบนี้มีการคำนวณหาตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์จากการใช้ดาวเทียม ที่โคจรอยู่นอกโลก เพื่อแสดงค่าของตำแหน่งพิกัดที่ตั้งไว้บนพื้นโลกในจุดต่างๆ ที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ หลายๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับการนำเอาระบบ GPS มาใช้ในการนำทางเพื่อบอกเส้นทางในการเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ อีกทั้งนำเอาระบบ GPS มาใช้กับระบบกันขโมยและตรวจสอบตำแหน่งที่ตั้งของยานพาหนะ รวมถึงสถานะในการทำงานว่ากำลังทำงานอยู่หรือถูกจอดทิ้งไว้เฉยๆ ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับบริษัทที่มีเครือข่ายเกี่ยวกับการก่อสร้าง หรือให้เช่าอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ประเภทเครื่องจักรที่ใช้ก่อสร้าง รถบรรทุก รถโดยสาร และแม้กระทั่งแท็กซี่ที่มักจะสูญหายหรือถูกโจรกรรม
ทางบริษัท Sony ได้นำเอาประโยชน์ทางเทคโนโลยี GPS มาประยุกต์ใช้กับกล้องถ่ายภาพเพื่อให้สามารถแสดงข้อมูลเกี่ยวกับวัน เวลา และสถานที่ในรูปแบบของตำแหน่งพิกัดบนแผนที่ของ Google Maps ได้อย่างน่าทึ่ง อีกทั้งยังมีประโยชน์อีกมากมายที่ช่างภาพจะได้รับจากลูกเล่นใหม่ล่าสุดนี้
Sony GPS Unit Kit (GPS-CS3KA) เป็นอุปกรณ์เสริมที่ถูกออกแบบมาให้ใช้กับอุปกรณ์บันทึกภาพของ Sony โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายภาพ Cyber-shot และกล้องวิดีโอ Handycam ได้เกือบทุกรุ่น โดยตัว GPS Unit Kit จะเก็บบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับวัน เวลา และตำแหน่งของสถานที่ของภาพถ่ายแต่ละภาพ ซึ่งถูกบันทึกเอาไว้จากกล้องถ่ายภาพหรือกล้องวิดีโอ เพื่อนำมาใช้แสดงพิกัดของตำแหน่ง
ที่ตั้งของสถานที่ต่างๆ จากสัญญาณดาวเทียมซึ่งมีความถูกต้องและแม่นยำ ร่วมกับซอฟต์แวร์พิเศษสำหรับตรวจสอบข้อมูลของภาพ (Image tracker software) โดยข้อมูลที่ถูกบันทึกจากอุปกรณ์ GPS Unit Kit จะถูกนำมาเปรียบเทียบและวิเคราะห์ข้อมูลผ่านทางโปรแกรม Picture Motion Brower (PMB) แล้วจะถูกแสดงขึ้นบนจอคอมพิวเตอร์เป็นภาพถ่าย พร้อมกับการแสดงตำแหน่งของสถานที่ต่างๆ ที่ถูกบันทึกมาบนแผนที่ของ Google Maps ให้เห็นได้อย่างชัดเจน
ระบบ GPS Unit Kit ของ Sony จะทำงานโดยอัตโนมัติ (ตลอดเวลาที่เปิดเครื่องไว้) โดยจะรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อแสดงพิกัดของสถานที่แต่ละแห่งออกมาเป็นตัวเลข แสดงค่าละติจูด (N/S) และลองจิจูด (E/W) ให้เห็นบนจอ LCD โดยมีสเกลแสดงค่าความเข้มของสัญญาณให้เห็นอย่างชัดเจน ซึ่งตำแหน่งที่ดีที่สุดในการใช้งานก็คือ การแขวนเอาไว้ที่สายสะพายของกล้องที่นอกจากจะไม่มีอะไรไปบดบังสัญญาณจากตัว GPS Unit แล้ว ยังช่วยลดความเสียหายจากการนั่งทับหรือหล่นพื้น รวมถึงวางลืมทิ้งเอาไว้เนื่องจากขนาดที่เล็กกะทัดรัดได้เป็นอย่างดี จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ GPS Unit Kit นี้ก็คือ การใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด AA เพียงหนึ่งก้อน (แบบอัลคาไลน์ (LR6) หรือนิกเกิลเมทัลไฮไดรฟ์ (HR6) เท่านั้น) แต่สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 15 ชั่วโมง หรือตลอดทั้งวันได้อย่างสบายโดยไม่ต้องกังวล อีกทั้งยังมีช่องเสียบการ์ดแบบ Dual Slot ที่ใช้กับ Memory Stick Duo หรือ SD การ์ดก็ได้
สิ่งสำคัญก่อนการใช้งานครั้งแรกก็คือ การตั้งเวลาที่ตัว GPS Unit ให้ถูกต้อง โดยใช้เวลาอ้างอิงตามมาตรฐาน GMT เช่นเดียวกับที่ตัวกล้องซึ่งต้องตั้งเวลามาตรฐานให้ตรงกับที่ตัว GPS Unit มิฉะนั้นแล้วข้อมูลของภาพและข้อมูลของสถานที่จะไม่สัมพันธ์กัน ทำให้เวลาแสดงผลบน Google Maps จะไม่ตรงกับความเป็นจริงหรืออาจผิดพลาดได้ จากนั้นผู้ใช้ก็ถ่ายภาพไปตามปกติ จนเมื่อกลับมาถึงที่พักก็เพียงเอาเมมโมรี่การ์ดที่ถูกบันทึกข้อมูลภาพถ่าย เอาไว้ มาทำการ Matching ข้อมูลให้ตรงกับข้อมูลของตำแหน่งที่ GPS Unit ได้บันทึกไว้ เมื่อเสร็จกระบวนการ Matching ซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก โดยสามารถทำได้ครั้งละ 60 ภาพในแต่ละชุด อย่างไรก็ตามผู้ใช้สามารถทำการ Matching เป็นระยะๆ ในกรณีที่มีการบันทึกภาพจำนวนมากเพื่อลดการเสียเวลาในขั้นตอนนี้ได้เป็น อย่างดี
หลังจาก Matching เสร็จแล้ว ต่อไปก็เพียง Import ภาพทั้งหมดเข้าสู่คอมพิวเตอร์โดยที่โปรแกรม PMB จะจัดการทุกอย่างให้อย่างรวดเร็ว เมื่อผู้ใช้ต้องการจะชมภาพหรือเส้นทาง (Route) ก็เพียงเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับอินเทอร์เน็ต และคลิกชมภาพบนแผนที่หรือบนภาพถ่ายดาวเทียมจาก Google Maps ได้อย่างสนุกสนาน โดยจุดที่บันทึกภาพแต่ละแห่งจะถูกโชว์ด้วยการปักหมุดให้เห็นอย่างชัดเจน ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลในการเดินทางท่องเที่ยว การเก็บบันทึกหลักฐานที่ตั้งของสถานที่สำคัญ การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับงานอนุรักษ์สัตว์หรือพันธ์ุพืช ไปจนถึงงานข่าวสารทางราชการหรือหน่วยงานที่ต้องการข้อมูลของตำแหน่งที่ตั้ง ที่ใช้อ้างอิงได้
มีเพียงบางจุดที่อาจจะเป็นอุปสรรคในการใช้งานได้ก็คือ ในส่วนของจอ LCD ขาว-ดำที่ยากต่อการมองเห็น โดยเฉพาะเมื่อใส่ไว้ในซองหนัง ทำให้ต้องคอยแกะออกจากซองบ่อยๆ เพื่อเช็คดูว่าตัว GPS ยังทำงานอยู่ปกติอยู่ รวมถึงฝาเปิดด้านหลังที่ต้องเปิดออกด้วยการเลื่อนทุกครั้งที่ต้องเสียบเมมโม รี่การ์ด ในส่วนของอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ทำได้เป็นอย่างดีตรงตามสเป็ก และยังให้ความเที่ยงตรงของข้อมูลพิกัดที่ตั้งไว้อย่างถูกต้อง เมื่อลองเทียบดูกับ GPS ระดับมืออาชีพที่มักจะมีค่าความคลาดเคลื่อนของพิกัดอยู่ที่ราวๆ 10 เมตร (30 ฟุต) ซึ่งถือว่าเป็นค่าที่ยอมรับได้ อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและสถานที่ในการรับสัญญาณซึ่งอาจจะมีผลต่อ ที่ตั้งจริงกับที่ตั้งบนแผนที่ที่ใช้อ้างอิงจากระบบ GPS
ดังนั้น GPS Unit Kit ตัวนี้จึงเป็นอุปกรณ์เสริมที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ใช้กล้องถ่ายภาพและกล้อง วิดีโอของ Sony ที่น่าจะได้รับประโยชน์และความสนุกสนานจากการใช้งาน และผลลัพธ์ที่แสดงให้เห็นบน Google Maps ได้อย่างน่าทึ่ง รวมถึงช่างภาพสารคดี ช่างภาพข่าว หรือนักเดินทาง รวมถึงหน่วยงานราชการต่างๆ ที่ต้องการข้อมูลอ้างอิงทางด้านพิกัดของสถานที่เพื่อนำมาใช้งานในรูปแบบ ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

หลังจากที่ผู้ใช้ได้ทำการ “Matching” ภาพถ่ายเข้ากับข้อมูลจาก GPS Unit Kit แล้วจะสามารถแสดงภาพแบบ Pop-ups ได้บน Google Maps ให้เห็นได้อย่างชัดเจนและแม่นยำ

สถานที่ต่างๆ ที่ถูกบันทึกภาพจะได้รับการแสดงตำแหน่งที่ตั้งด้วยการปักหมุดบนแผนที่หรือบนภาพถ่ายจากดาวเทียมให้เห็นอย่างชัดเจน
04 Aug 2009
ebet1688Posted under News Technology Tags: ภาพยนต์, เซ็นเซอร์, เรตติ้ง
เรื่องเด่นประเด็นร้อนทางสังคม-ทางวัฒนธรรมในระยะนี้ นอกจากมาตรการใหม่ในการดูแลเกี่ยวกับปัญหา “เด็กติดเกม” ที่ต้องตามดูว่าเหมาะสม-ไม่เหมาะสม ? มีผล-ไม่มีผลอย่างไร ? และนอกจากมาตรการห้ามมี “สาวนั่งดริ๊งค์คาราโอเกะ” ที่เอาเข้าจริงท่าจะไม่มีอะไรในกอไผ่ ? หรือบางฝ่ายก็ว่าอาจจะผลักให้เกิดส่วยสาวดริ๊งค์ ? กับมาตรการ “จัดเรตติ้งภาพยนตร์” ก็เป็นอีกเรื่องที่น่าติดตามผลที่จะเกิดขึ้นตามมา…
ล่าสุด “เรตติ้งหนัง” มีการกำหนดออกมาแล้ว
แต่ “มีแล้วจะมีผลอะไร ?” ประเด็นนี้ยังไม่รู้ ?
ทั้งนี้ เมื่อ 28 ก.ค.ที่ผ่านมาที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบรับร่าง กฎกระทรวงกำหนดลักษณะของประเภทภาพยนตร์ และร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 และกำลังจะมีผลบังคับใช้เร็ว ๆ นี้ ซึ่งเรื่องนี้น่าจะถือเป็นการ “ยุติบทบาทระบบเซ็นเซอร์” ที่ใช้ในเมืองไทยกันมานาน
มาตรการเกี่ยวกับหนัง หรือภาพยนตร์ ที่กำลังจะมีการเข็นออกมาใช้ใหม่นี้ เหตุผลคือ… เนื่องจากกฎหมายเก่า คือ พ.ร.บ.ภาพยนตร์ พ.ศ.2473 ใช้มานาน บทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน การตรวจพิจารณาซ้ำซ้อนเพราะเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน จึงควรให้มีการปรับปรุงข้อกฎหมายใหม่ และปรับปรุงระบบการตรวจพิจารณาให้อยู่ใต้ความรับผิดชอบขององค์กรเดียวเพื่อลดความซ้ำซ้อน ซึ่งก็จะตกเป็นหน้าที่ของ กระทรวงวัฒนธรรม โดยมี “คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์” เป็นตัวจักร
สำหรับหลักใหญ่ใจความของมาตรการ “จัดเรต” คือ… หนังหรือภาพยนตร์แต่ละเรื่องที่จะฉายออกสู่สาธารณะต้องมีการระบุประเภท เพื่อจำกัดกลุ่มอายุผู้ชมให้เหมาะสม โดยในมาตรา 26 ของ พ.ร.บ. แยกไว้ “7 เรต” หรือ 7 ประเภท คือ… 1.ภาพยนตร์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้และควรส่งเสริมให้มีการดู จะใช้สัญลักษณ์ “ส” 2.ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ดูทั่วไป ใช้ “ท” 3.ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป ใช้ “น 13+”4.ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ใช้ “น 15+” 5.ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ใช้ “น 18+” 6.ภาพยนตร์ที่ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู ยกเว้นผู้บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส ใช้ “ฉ 20+” 7.ภาพยนตร์ที่ห้ามเผยแพร่ในราชอาณาจักรไทย จะใช้สัญลักษณ์ “ห”
โดยรวม ๆ ก็จะคล้าย ๆ หลักการจัดเรตรายการโทรทัศน์
แต่กับสัญลักษณ์เรตต่าง ๆ นั้นก็ต้องรอสรุปชัด ๆ อีกครั้ง
“ประเด็นที่นักวิชาการกับบุคลากรในวงการภาพยนตร์น่าจะเห็นพ้องตรงกันก็คือ เป็นก้าวที่ดีที่เราจะหลุดพ้นจากระบบเซ็นเซอร์ซึ่งที่ผ่านมากลไกนี้มีปัญหาและถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด โดยเจตนาของกฎหมายฉบับใหม่จะเป็นกลไกที่ทำให้เกิดความสมดุลได้มากขึ้น ระหว่างความเป็นศิลปะกับความรับผิดชอบต่อสังคม”
…นี่เป็นมุมมองของ พญ.พรรณพิมล หล่อตระกูล ผู้อำนวยการโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม (มีเดียมอนิเตอร์) อย่างไรก็ตาม พญ.พรรณพิมลตั้งข้อสังเกตว่า… “สิ่งที่น่าเป็นกังวลคือเนื่องจากเป็นระบบใหม่ ภาพยนตร์เองก็เป็นศิลปะ การปฏิบัติหรือใช้งานคงทำได้ไม่ง่ายเหมือนกับการกำหนดเป็นตัวอักษรในกระดาษ” ซึ่งกลไกเรตติ้งนี้จะเกิดประสิทธิภาพได้ดีที่สุดก็ต้องเกิดจากความรู้ความเข้าใจในกลไก ตั้งแต่ผู้ผลิต เจ้าของโรงภาพยนตร์ พ่อแม่ กลุ่มผู้ชม คณะกรรมการตรวจพิจารณา จึงเชื่อว่ากลไกใหม่คงไม่หยุดอยู่แค่นี้ ต้องมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความรัดกุม กระชับ และเป็นธรรม
ผอ.โครงการมีเดียมอนิเตอร์ยังระบุด้วยว่า… กฎหมายใหม่นี้น่าจะมีกลไกที่มีประสิทธิภาพและชัดเจนกว่าระบบเซ็นเซอร์แบบเก่า ที่มักใช้ความรู้สึกมากกว่าความเข้าใจในเจตนาคนทำหนัง “แต่ในหลายประเทศเมื่อนำระบบนี้มาใช้ก็มักจะมีการพัฒนาแก้ไขปรับปรุงตลอด ซึ่งคนในสายการผลิตก็คงต้องการทราบให้ชัดเจนมากกว่านี้ อาทิ ที่มาของคณะกรรมการตรวจพิจารณา เกณฑ์การพิจารณาต่าง ๆ”
ด้านผู้กำกับภาพยนตร์อย่าง ต้อม-ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร์ มองเรื่องการ “จัดเรต” ว่า… ก็ถือเป็นก้าวที่สำคัญ จะทำให้เกิดความชัดเจนสำหรับคนในแวดวงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมากขึ้น ก่อนที่จะลงมือทำ ตัวผู้กำกับ นายทุน โรงหนัง จะรู้ล่วงหน้าแล้วว่าจะเป็นหนังเรตอะไร ซึ่งตรงนี้จะมีผลต่อการอนุมัติงบสร้าง รู้ว่าหนังเรตนี้เจาะกลุ่มเป้าหมายแบบไหน เมื่อฉายแล้วรายได้น่าจะอยู่ที่เท่าไหร่ คนทำหนังก็ไม่ต้องมาลุ้นหลังหนังเสร็จว่าทำออกมาแล้วจะถูกหั่นถูกตัดหรือเปล่า อย่างไรก็ตาม ก็ “ยังกังวลใจเรื่องมาตรฐานการพิจารณา ?”
ผู้กำกับฯรายนี้ระบุว่า… ภาพยนตร์เป็นศาสตร์ของศิลปะ บางครั้งโทนเรื่องเป็นแบบเดียวกันแต่วิธีนำเสนออาจแตกต่างกัน จุดนี้จึงควรจะต้องมีความชัดเจนมากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดปัญหาตามมา สุดท้ายก็จะหนีไม่พ้นวังวนเดิม ๆ แบบระบบเซ็นเซอร์ ที่มักจะมีการนำเรื่องความรู้สึกมาใช้เป็นเกณฑ์ชี้วัด
“ยกตัวอย่างเรื่องเห็นก้น จะมีการระบุหรือมีเกณฑ์หรือไม่ว่า ก้นเด็ก ก้นผู้หญิง ก้นผู้ชาย ก้นใครเห็นได้-เห็นไม่ได้ ตรงนี้มันก็เป็นเรื่องที่น่าคิด ซึ่งสิ่งที่จะทำให้ระบบนี้ยืนอยู่ได้คงเป็นเรื่องความเข้าใจที่คณะกรรมการที่มีหน้าที่พิจารณาจำเป็นต้องรับฟังและมองถึงเจตนาของผู้สร้าง ไม่เช่นนั้นปัญหาก็จะวนเวียนไม่ต่างจากที่แล้ว ๆ มา” …ผู้กำกับภาพยนตร์รายนี้กล่าวทิ้งท้าย
สรุปก็คือ…ต่อไปนี้หนังในเมืองไทยจะมีเรตชัด ๆ แล้ว
แต่ชัด ๆ ว่าเรื่องไหนจะเรตไหนแน่…ยังต้องเคลียร์ ??.
03 Aug 2009
ebet1688Posted under News Technology Tags: iPod Touch, Zii Egg
Zii Egg เครื่องเล่นมีเดียรุ่นใหม่ล่าสุดของครีเอทีฟ ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android ของ Google โดยมีหน้าจอแอลซีดีระบบสัมผัส (10 ตำแหน่งได้พร้อมกัน) ขนาด 3.5 นิ้ว (320 x 480, 16 ล้านสี) หน่วยความจำภายใน 32GB แต่สามารถเพิ่มเติมด้วยการ์ดหน่วยความจำ SDHC ที่มีความจุสูงสุดถึง 32GB (รวมกันได้ 64GB) พร้อมคุณสมบัติการเป็น GPS ไร้สาย WiFi และ Bluetooth ตลอดจนความสามารถในการเล่นวิดีโอไฮเดฟฯที่ 1080p อีกด้วย แถมยังสนับสนุน Accelerometer 3 แกนสำหรับการเล่นเกมส์แบบไอพอดทัช และไอโฟนด้วย

02 Aug 2009
ebet1688Posted under News Technology Tags: ICE AGE 3, เทคโนโลยี

ผู้สร้างปลื้มช่วยลดเวลาสร้าง อำนวยความสะดวก-ประหยัดขั้นตอนและค่าใช้จ่าย ชูเทคโนโลยี Open Network Systems ล่าสุด ให้ประสิทธิภาพครอบคลุมการดำเนินงาน…
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ ร่วมกับ Blue Sky Studios ในเครือข่าย Fox Filmed Entertainment ใช้งานโซลูชัน เซิร์ฟเวอร์ Sun Blade และเวิร์กสเตชั่น Sun Ultra ในภาพยนตร์กราฟิกคอมพิวเตอร์ “ไอซ์ เอจ 3 : เจาะยุคน้ำแข็งมหัศจรรย์ 3 จ๊ะเอ๋ไดโนเสาร์” (Ice Age: Dawn of the Dinosaurs ) ด้วยประสิทธิภาพการใช้งานที่เพิ่มขึ้น จากโมดูลเซิร์ฟเวอร์ Sun Blade X6250 ผ่านโปรแกรม Try and Buy ของซัน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทดลองใช้งานเครื่องของซันในการใช้งานจริงเป็นเวลา 60 วัน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายและความเสี่ยง นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนทางเทคนิคอย่างเต็มรูปแบบ หากลูกค้าพึงพอใจก็สามารถซื้อได้ในราคาลดถึง 40% โดยภายหลังการติดตั้งใช้งาน ทาง Blue Sky ได้รับประโยชน์จากประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 4 เท่า ช่วยให้สามารถทำงานเรนเดอร์เฟรมดิจิตอลได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยโซลูชันดังกล่าวยังสามารถทำให้ Blue Sky ใช้งานเทคโนโลยีได้เต็มประสิทธิภาพ ด้วยการเพิ่มสมรรถนะการทำงานของทีมออกแบบ ทำให้สามารถสร้างภาพยนตร์ได้ในเวลาที่น้อยลง
นางลิซ่า ซีกเกอร์ รองประธานฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจซิสเต็มส์ บริษัท ซัน ไมโครซิสเต็มส์ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างซันและ Blue Sky ในภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว เป็นผลจากนวัตกรรมตามแนวคิดแบบโอเพ่นเน็ตเวิร์ก และความเข้าใจในตลาดคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง HPC ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเซิร์ฟเวอร์ Sun Blade และเวิร์กสเตชัน Sun Ultra สามารถประสานกันได้อย่างสอดคล้อง ทั้งด้านประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงาน ถือเป็นชัยชนะเหนือโซลูชันอื่น ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เบลดเซิร์ฟเวอร์ของซัน เช่น โมดูลเซิร์ฟเวอร์ Sun Blade X6250 ได้ที่ http://www.sun.com/blades และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวิร์กสเตชัน Sun Ultra 24 ได้ที่ http://www.sun.com/desktop/workstation/ultra24/index.xml
casino:คาสิโนออนไลน์:บาคาร่า:SBOBET:IBCBET:Slot:บาคาร่าออนไลน์
Previous